Main Menu
BANGKOK PORTAL

  • ไทย
  • Eng

ไม้ดอกไม้ประดับและพืชผักสวนครัว

ชาดัด


ชาดัด ชื่อวิทยาศาสตร์: 
Carmona retusa (Vahl) Masam.

ชาดัด ชื่อสามัญ:  Fukien Tea, Philippine Tea

ชาดัด ชื่อวงศ์: Boraginaceae

ต้นชาฮกเกี้ยน ไม้ประดับทรงพุ่ม เป็นที่รู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในแวดวงคนรักการจัดสวน แต่สำหรับมือใหม่เพิ่งเริ่มซื้อบ้าน หรือเพิ่งหัดจัดสวน 
ต้นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง แตกกิ่งก้านและใบเป็นพุ่มแน่น คนนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับหรือตัดแต่งให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ เพื่อตกแต่งสวน 

ตำแหน่งที่เหมาะสมแก่การปลูกภายในบริเวณบ้าน

     นิยมนำมาปลูกทำเป็นแนวรั้วกำแพงบ้าน

ส่วนประกอบ

ลำต้นสีเขียวอมน้ำตาล พุ่มกว้าง 0.30-0.60 เมตร
ใบเดี่ยว รูปไข่กลับ ปลายหยัก 3 แฉก โคนใบสอบ ใบหนา สีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอก: ขนาดเล็กสีขาว 5 กลีบ ออกดอกตลอดปี
ผล: กลม สีเหลือง

 

ลักษณะ 

- ลำต้น มีลักษณะตั้งตรง เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลแตกเป็นสะเก็ด แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงรูปไข่ กว้างประมาณ 0.3-1 เมตร มีความสูงได้ถึง 1-2 เมตร  
- ใบเดี่ยวขนาดเล็ก เรียงสลับตรงข้ามกัน โคนใบสอบ ปลายใบมน ขอบใบเรียบ มีความกว้างประมาณ 2-4 ซม. และยาวประมาณ 2-5 ซม. มีสีเขียวเข้มเป็นมันวาว  
- ดอก มีขนาดเล็กสีขาว มีกลีบดอก 5 กลีบ บานเต็มที่กว้างประมาณ 0.8 มม. ออกเป็นช่อกระจุกอยู่ตามซอกใบ ประมาณ 3-5 ดอก ต่อ 1 ช่อ ออกดอกตลอดทั้งปี
- ผลกลม เปลือกมีสีส้มอมแดง มีเมล็ดอยู่เพียง 1 เมล็ด


วิธีการปลูกและการดูแลรักษา

     ต้นชาฮกเกี้ยน นิยมนำมาขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ โดยใช้พันธุ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง อายุไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ตัดกิ่งเป็นแนวเฉียง 45 องศา ตรงใต้ข้อให้มีความยาวประมาณ 3-6 นิ้ว จากนั้นนำกิ่งพันธุ์ปักชำลงไปในถุงเพาะชำที่รองด้วยแกลบดำ กดให้กิ่งพันธุ์ลึกลงดินประมาณ 3-4 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่ม และนำไปวางไว้ตรงที่ร่ม มีแดดรำไร หมั่นรดน้ำเป็นประจำ หลังจากนั้นประมาณ 15-20 วัน กิ่งพันธุ์ก็จะเริ่มแตกใบใหม่ เมื่อปักชำได้ประมาณ 40 วัน ก็สามารถย้ายไปปลูกลงดินได้

     สำหรับการปลูกต้นชาฮกเกี้ยน นิยมปลูกในหลุมที่ขุดไว้เป็นทางยาวขนานไปกับแนวรั้วหรือกำแพง บริเวณที่ปลูกควรเป็นบริเวณกลางแจ้งที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน เพราะต้นชาฮกเกี้ยนเป็นไม้ที่ชอบแสงแดดรำไรจนถึงแดดจัด

- การรดน้ำ ต้นชาฮกเกี้ยนทนน้ำได้ปานกลาง ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนน้ำท่วม รดน้ำได้วันละครั้งในเวลาเช้าหรือเย็น ในช่วงหน้าแล้งที่ดินแห้งเร็วควรรดวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น แต่ในช่วงฤดูฝนอาจจะไม่ต้องรดน้ำก็ได้ และควรระวังการท่วมขังของน้ำ   
- การใส่ปุ๋ย สามารถใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 โรยข้างแถวปลูก จากนั้นพรวนดินกลบและรดน้ำให้ชุ่ม ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยบ่อย แค่ประมาณ 2 เดือนต่อครั้งก็เพียงพอแล้ว
- การตัดแต่งกิ่ง ควรตัดให้เป็นทรงตามที่ต้องการอยู่เสมอ จะช่วยทำให้ทรงพุ่มของต้นมีความหนาทึบขึ้น และควบคุมแนวระดับการตัดแต่งได้ง่ายขึ้นด้วย