Main Menu
BANGKOK PORTAL

บทความน่ารู้

ต้นคริสต์มาส

          25 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคริสต์มาส หรือเทศกาลที่เฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู โดยจะเห็นประเพณีหรือวัฒนธรรมปฏิบัติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการห้อยถุงเท้า การตกแต่งต้นคริสต์มาส หรือแม้แต่การดูหนังมาราธอน ทางเราจึงขอนำบทความที่กล่าวถึง ต้นคริสต์มาส (EVERGREENS) มาเล่าสู้กันฟัง...

          ต้นคริสต์มาสนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศเยอรมันนี โดยคนที่มีชื่อว่า “Martin Luther” ในตอนที่เขาเดินกลับบ้านเขาหันไปมองเห็นความสวยงามของแสงจันทร์ที่ทะลุกิ่งไม้เข้ามา พอถึงบ้านเขาก็เลยออกไปตัดต้นไม้ต้นเล็ก ๆ เข้ามาในบ้านและนำเทียนมาประดับ และนั่นก็ทำให้ประเพณีวันคริสต์มาสนี้แพร่หลายไปจนทั่วประเทศเยอรมันนี จนกระทั่งราชวงศ์อังกฤษนำการตกแต่งต้นไม้แบบนี้เข้ามาใช้อย่างจริงจัง จึงทำให้คนทั่วโลกหันมาตกแต่งต้นคริสต์มาสกันมากขึ้น
          สำหรับต้นคริสต์มาส เปรียบเสมือน ต้นไม้ในแห่งสวรรค์ โดยตามพระคัมภีร์นั้นได้เปรียบพระเยซูเจ้าเสมือนเป็นต้นไม้แห่งชีวิต ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เขียวเสมอในทุกฤดูกาล สื่อถึงนิรันดรภาพของพระเยซูเจ้า อีกทั้งความสว่างของพระองค์ยังเหมือนแสงเทียนที่ส่องสว่างในความมืด และรวมถึงความชื่นชมยินดี และความสามัคคี ที่พระเยซูประทานให้ เพราะต้นไม้นั้นเป็นจุดศูนย์รวมของครอบครัวในเทศกาลคริสต์มาส
          “ต้นคริสต์มาส” ในวัฒนธรรมของชาวคริสต์ หมายถึง ต้นไม้ในสวนสวรรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากิน และทำบาปไม่เชื่อฟังพระเจ้า (เทียบ ปฐมกาล 3:1-6)
          ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ชาวคริสต์แสดงละครการบังเกิดของพระเยซู ที่หน้าวัด ถึงความหมายของคริสต์มาส และเอาต้นไม้ต้นหนึ่งไว้ตรงกลางเพื่อประดับฉาก แสดงถึงบาปกำเนิดของอาดัมและเอวา ต้นไม้ที่ใช้เป็นต้นสน เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่หาง่ายที่สุดในประเทศเหล่านั้น ต่อมาชาวบ้านประดับบ้านด้วยต้นคริสต์มาส แขวนลูกแอปเปิ้ล ขนม และของขวัญ อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ ในบ้านชาวคริสต์ จนกระทั่งในศตวรรษที่ 16 มีการเอาเทียนมาประดับ และมีไฟกระพริบไว้ที่ต้นคริสต์มาส
          ปัจจุบันเรานิยมทำกันอยู่ เพราะมีความหมายถึงพระเยซูเจ้า ผู้เปรียบเสมือนต้นไม้แห่งชีวิต (ปฐมกาล 2:9) ที่เขียวสดเสมอในทุกฤดูกาล ซึ่งหมายถึงนิรันดรภาพของพระเยซูเจ้า ความสว่างของพระองค์เสมือนแสงเทียนที่ส่องในความมืด  ทั้งยังหมายถึงความชื่นชมยินดี และความสามัคคีที่พระเยซูเจ้าประทานให้ เพราะต้นไม้นั้นเป็นจุดรวมของครอบครัวในเทศกาลนั้น


ที่มา :
พระอัครสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
บทความของเฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด